เดินเล่นตรอกเมืองเก่าและย่านวัฒนธรรม | ถ่ายภาพสถาปัตยกรรมจีนและยุโรปในทริปเดียว | สัมผัสเรื่องราวของไวน์จางยวี่และวัฒนธรรมเบียร์ชิงเต่า | ชมเสน่ห์ของจี่หนานและเมืองชายฝั่งซานตง | เชื่อมโลกเก่ากับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยผ่านคาเฟ่ ถนนคนเดิน และจุดเช็กอิน

บินตรงจี่หนาน ชิงเต่า เยียนไถ เว่ยไห่ จือป๋อ เช็คอินเมืองเก่า เรื่องเล่าห้ามุมเมือง 7 วัน 5 คืน โดยสายการบิน ซานตง แอร์ไลน์ (SC)

เปิดดูโปรแกรมทัวร์
รหัสโปรแกรม : 16838
โปรแกรมย่อ 1 โปรแกรมย่อ 2
รหัสทัวร์
: TTTNA-SC001
มื้ออาหาร
: 15 มื้อ
สายการบิน
: Shandong Airlines
avatar-img
ระยะเวลา
Product
: Teeteaw
เส้นทาง
: จี๋หนาน ชิงเต่า

Highlightไฮไลท์ทัวร์

เดินเล่นตรอกเมืองเก่าและย่านวัฒนธรรม | ถ่ายภาพสถาปัตยกรรมจีนและยุโรปในทริปเดียว | สัมผัสเรื่องราวของไวน์จางยวี่และวัฒนธรรมเบียร์ชิงเต่า | ชมเสน่ห์ของจี่หนานและเมืองชายฝั่งซานตง | เชื่อมโลกเก่ากับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยผ่านคาเฟ่ ถนนคนเดิน และจุดเช็กอิน
BKK
TNA
ไฟล์ทไป
เวลาออก
เวลาถึง
TNA
BKK
ไฟล์ทกลับ
เวลาออก
เวลาถึง

กำหนดการเดินทาง

รหัสทัวร์ วันที่เริ่มเดินทาง วันที่เดินทางกลับ ราคาเริ่มต้น สถานะ
TTTNA5NTNASC260912
12 ก.ย. 256918 ก.ย. 2569

25,888

จอง
TTTNA5NTNASC260914
14 ก.ย. 256920 ก.ย. 2569

25,888

จอง
TTTNA5NTNASC260930
30 ก.ย. 256906 ต.ค. 2569

26,888

จอง
TTTNA5NTNASC261001
01 ต.ค. 256907 ต.ค. 2569

27,888

จอง
TTTNA5NTNASC261014
14 ต.ค. 256920 ต.ค. 2569

27,888

จอง
TTTNA5NTNASC261028
28 ต.ค. 256903 พ.ย. 2569

27,888

จอง

รายละเอียดทัวร์

  • 22.30 น.

    พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 10 เคาน์เตอร์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกตรวจเช็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน เช็คอิน ณ เคาน์เตอร์ สายการบิน ซานตง แอร์ไลน์ (SC) รวมน้ำหนักกระเป๋าสำหรับโหลดใต้เครื่อง 23 กิโลกรัม โดยจำกัดที่ท่านละ 1 ใบ น้ำหนักสัมภาระถือขึ้นเครื่องไม่เกินท่านละ 5 กิโลกรัม
  • 02.5 น.

    ออกเดินทางจาก สนามบินสุวรรณภูมิ สู่ สนามบินจี่หนานเย่าเฉียง เมืองจี่หนาน มณฑลซานตง โดย สายการบิน ซานตง แอร์ไลน์ (SC) เที่ยวบินที่ SC8076

    08.05 น.

    เดินทางถึง สนามบินจี่หนานเย่าเฉียง เมืองจี่หนาน เมืองหลวงของมณฑลซานตง สัมผัสความเย็นสบายอันแสนอ่อนโยนของสายลมและเสียงกระซิบของสายน้ำ จี่หนานได้รับสมญานามอันน่าหลงใหลว่า เมืองแห่งสายน้ำพุ ดินแดนที่ธรรมชาติและวิถีชีวิตของผู้คนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างงดงาม ใต้ผืนดินของเมืองนี้มีตาน้ำธรรมชาติไหลเวียนอยู่นับร้อยแห่ง คอยพ่นละอองน้ำใสสะอาดหล่อเลี้ยงเมืองมานานนับพันปี การเริ่มต้นการเดินทางที่นี่จึงเปรียบเสมือนการเปิดบันทึกประวัติศาสตร์เล่มโตที่ชโลมด้วยความสดชื่นของธรรมชาติ ในทางภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม จี่หนานตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์อันสง่างาม ทางทิศใต้โอบล้อมด้วยเทือกเขาไท่ซาน ขุนเขาศักดิ์สิทธิ์อันเลื่องชื่อของจีน ส่วนทางทิศเหนือทอดตัวขนานไปกับแม่น้ำเหลือง มารดาผู้ให้กำเนิดอารยธรรมจีน ความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติรอบตัวส่งผลให้จี่หนานมีบุคลิกที่นุ่มนวลแต่เปี่ยมด้วยพลัง เมืองนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าสองพันปี เป็นแหล่งกำเนิดของวัฒนธรรมหลงซานอันเก่าแก่

    นำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระ จากนั้นออกเดินทาง ระหว่างทางแจก แฮมเบอร์เกอร์รองท้อง

    นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองโบราณโจวชุน (ระยะทาง 80 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชั่วโมง) หากจะอธิบายถึงจิตวิญญาณของโจวชุน คำว่า “ท่าเรือบก" หรือ "หมู่บ้านอันดับหนึ่งในใต้หล้า" คือคำจำกัดความที่สะท้อนความยิ่งใหญ่ในอดีตได้ดีที่สุด ในช่วงราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง โจวชุนไม่ได้เป็นเพียงชุมชนอยู่อาศัยทั่วไป แต่เป็นศูนย์กลางการค้าทางบกที่คึกคักและมั่งคั่งที่สุดแห่งหนึ่งของจีนตอนเหนือ เป็นจุดตัดของเส้นทางการค้าสำคัญที่ดึงดูดพ่อค้าวาณิชจากทั่วสารทิศ ไม่ว่าจะเป็นจากปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หรือกวางโจว ให้เดินทางมาบรรจบกันเพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าและวัฒนธรรม จนพื้นที่แห่งนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในต้นกำเนิดของ "วัฒนธรรมการค้าซานตง" อันเลื่องชื่อ เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่เขตอนุรักษ์เมืองโบราณโจวชุน สิ่งแรกที่จะตรึงสายตาของท่านไว้คือสถาปัตยกรรมโบราณสมัยราชวงศ์หมิงและชิงที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์แบบบนพื้นที่กว้างขวาง ตึกรามบ้านช่องที่ก่อด้วยอิฐสีเทาเข้ม หลังคาทรงจีนโบราณโค้งมน และถนนหินแกรนิตที่ทอดยาวผ่านตรอกซอกซอย ทุกรายละเอียดล้วนบอกเล่าเรื่องราวความรุ่งเรืองในอดีต บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยเสน่ห์ย้อนยุคที่งดงาม ราวกับพาทุกท่านหลุดเข้าไปอยู่ในฉากภาพยนตร์โบราณ นอกเหนือจากทัศนียภาพที่งดงามแล้ว โจวชุนยังพร้อมมอบประสบการณ์ผ่านประสาทสัมผัสที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ความพลิ้วไหวของ ผ้าไหมซานตง โจวชุนได้รับการบันทึกว่าเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญของเส้นทางสายไหมโบราณ และมีชื่อเสียงในฐานะ บ้านเกิดของผ้าไหม ที่นี่เคยเป็นแหล่งผลิต ทอ และย้อมผ้าไหมที่สำคัญของประเทศ ภาพของโรงย้อมผ้าโบราณขนาดใหญ่ที่เคยคึกคักด้วยเสียงของผู้คนและสีสันของผืนผ้าที่ตากลมพัดปลิวไหว ยังคงทิ้งร่องรอยแห่งความประณีตและศิลปะการทอผ้าที่ตกทอดมาหลายร้อยปี สัมผัสกลิ่นหอมและรสสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ ขณะเดินเล่นไปตามถนนสายโบราณ กลิ่นหอมกรุ่นของงาคั่วจะนำทางท่านไปพบ แผ่นแป้งโรยงาโบราณสูตรเฉพาะของท้องถิ่น แป้งแต่ละแผ่นถูกรีดจนบางเฉียบราวกับแผ่นกระดาษ โรยงาจนทั่ว แล้วนำไปแปะอบในเตาดินเผาแบบดั้งเดิมด้วยความชำนาญของช่างฝีมือ มอบรสสัมผัสที่กรอบอร่อยและหอมฟุ้งในทุกคำที่ได้ลิ้มลอง

    กลางวัน

    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 1)

    บ่าย

    นำท่านเดินทางสู่ เมืองเว่ยฝ่าง (ระยะทาง 132 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.5 ชั่วโมง) เมืองที่ผู้คนกล่าวขานว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ความฝันจะถูกแต่งแต้มด้วยสีสันแล้วส่งขึ้นไปโบยบินบนท้องฟ้า เมืองหลวงแห่งว่าวโลกและศิลปะที่จับต้องได้ เว่ยฟางไม่ได้เป็นเพียงแค่เมืองศูนย์กลางการเดินทางและอุตสาหกรรมในภาคกลางของคาบสมุทรซานตงเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะ "เมืองหลวงแห่งว่าวโลก" ที่นี่ สายลมไม่ได้เป็นเพียงแค่ปรากฏการณ์ธรรมชาติ แต่เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดศิลปะการทำว่าวที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี ตั้งแต่ว่าวรูปผีเสื้อแสนประณีตไปจนถึงว่าวมังกรตะขาบขนาดยักษ์ที่ยาวหลายร้อยเมตร ทุกชิ้นงานล้วนสะท้อนถึงความเพียรพยายามและทักษะอันยอดเยี่ยมของช่างฝีมือท้องถิ่น

    พบกับไฮไลท์ทางวัฒนธรรมที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา ณ หมู่บ้านวัฒนธรรมพื้นบ้านหยางเจียปู้ ที่นี่ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวธรรมดา แต่เป็น "พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต" ขนาดใหญ่กว่า 160,000 ตารางเมตร ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ระดับชาติถึงสองประเภท นั่นคือ ภาพวาดมงคลตรุษจีนแกะสลักไม้ และ ว่าวทำมือแบบดั้งเดิม จนมีคำกล่าวพื้นบ้านอันลึกซึ้งว่า เมื่อปล่อยขึ้นฟ้าเป็นว่าว เมื่อแขวนบนฝาผนังเป็นภาพมงคล เมื่อก้าวผ่านซุ้มประตูทางเข้าขนาดใหญ่ สัมผัสกับสถาปัตยกรรมสไตล์ราชวงศ์หมิงและชิงที่งดงาม เดินเลียบไปตามถนนโบราณ ชมโรงเวิร์คช็อปที่ปรมาจารย์ศิลปินกำลังแกะสลักบล็อกไม้และประกอบโครงว่าวมังกรตะขาบอย่างประณีต

    ค่ำ

    รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 2) อาหารเหวยเซี่ยน เหวยเซี่ยน คือชื่อโบราณของเมืองเหวยฟาง อาหารสไตล์เหวยเซี่ยนจัดอยู่ในกลุ่ม อาหารซานตงตะวันตก-กลาง ซึ่งเป็นหนึ่งในสาขาสำคัญของอาหารซานตง หนึ่งในแปดตระกูลอาหารอันยิ่งใหญ่ของจีน ต่างจากอาหารในวังหลวงของจี่หนานที่เน้นความหรูหราประณีต หรืออาหารเจียวตงแถบชายฝั่งที่เน้นอาหารทะเลสด อาหารเหวยเซี่ยนคือ "อาหารของประชาชน" ที่หยั่งรากลึกในวิถีชีวิตพื้นบ้าน โดดเด่นด้วยรสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อม เค็มนำสดตาม และเต็มไปด้วย "ความอบอุ่นของควันไฟในชีวิตประจำวัน" ที่สะท้อนถึงความโอบอ้อมอารีของชาวซานตง ประวัติศาสตร์ของอาหารเหวยเซี่ยนยังผูกพันอย่างลึกซึ้งกับ "เจิ้งป่านเฉียว" กวีและขุนนางผู้เลื่องชื่อในราชวงศ์ชิง ผู้ซึ่งรักในวิถีชีวิตของชาวบ้านและมักจะส่งเสริมอาหารพื้นบ้านที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางจิตใจ

    จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก

    ที่พัก

    HOLIDAY INN EXPRESS WEIFANG CENTRAL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
  • เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 3)

    นำท่านออกเดินทางสู่ สุดขอบตะวันออกของคาบสมุทรซานตง ที่ซึ่งทะเลป๋อไห่และทะเลเหลืองมาบรรจบกัน มีดินแดนแห่งหนึ่งที่ลมหายใจอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเทพนิยายและประวัติศาสตร์อันยาวนาน สู่ เมืองเผิงไหล (ระยะทาง 253 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) เมืองที่สง่างามด้วยเรื่องราวที่ซ้อนทับกันมาร่วมพันปี ที่นี่คือ “แดนสุขาวดีบนโลกมนุษย์” สถานที่ที่เชื่อกันว่าเป็นที่พำนักของเหล่าเซียนผู้อมตะ จิตวิญญาณของเผิงไหลผูกพันอย่างแนบแน่นกับตำนาน “แปดเซียนข้ามทะเล” เรื่องเล่าขานถึงเหล่าเซียนแปดองค์ที่เมามายจากการร่ำสุรา ณ ศาลาเผิงไหล ก่อนจะแสดงอิทธิฤทธิ์ด้วยสมบัติวิเศษประจำกายเพื่อเดินทางข้ามมหาสมุทร เรื่องราวนี้ไม่ได้เป็นเพียงนิทานพื้นบ้าน แต่ได้หลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนจีนที่ว่า “แปดเซียนข้ามทะเล ต่างแสดงฤทธาของตน” ซึ่งสะท้อนถึงแนวคิดที่ว่าทุกคนต่างมีหนทางและความสามารถเฉพาะตัวในการเอาชนะอุปสรรค

    นำท่านสู่ดินแดนแห่งตำนานและสายหมอกที่แฝงไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งลัทธิเต๋า อุทยานแปดเซียนข้ามทะเล (ระยะทาง 87 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชั่วโมง) ตั้งตระหง่านอยู่ริมชายฝั่งทะเลเหลืองในเมืองเผิงไหล มณฑลซานตง ประเทศจีน สถานที่แห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น "แดนสวรรค์บนดิน" และเป็นจุดกำเนิดของตำนานพื้นบ้านจีนอันโด่งดังเรื่อง “แปดเซียนข้ามทะเล” ซึ่งเล่าขานถึงอภินิหารของเหล่าเซียนทั้งแปดที่ใช้ของวิเศษประจำกายแทนการใช้เรือเพื่อข้ามผ่านมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ เมื่อมองจากมุมสูง อุทยานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นอย่างวิจิตรบรรจงบนพื้นที่ถมทะเลในรูปแบบของเกาะเทียมที่มีรูปร่างคล้าย "น้ำเต้าวิเศษ" ทอดตัวยาวออกไปในผืนน้ำ โอบล้อมด้วยเกลียวคลื่นและสายลมเย็นสบาย ภายในเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมจีนโบราณที่งดงามราวกับภาพวาด เช่น สะพานแปดเซียน, หอฮุ่ยเซียนและเกาะแมวน้ำอันแสนน่ารัก ที่นี่ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A (ระดับสูงสุดของจีน) แต่ยังเป็นสถานที่ที่ผสมผสานธรรมชาติ วัฒนธรรมเต๋า และตำนานเทพปกรณัมเข้าด้วยกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    กลางวัน

    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 4) เกี๊ยวปลาเยียนไถ ความภาคภูมิใจสูงสุดของชาวเยียนไถ นิยามของคำว่า ความสดหวานจากท้องทะเลที่ เกิดจากกรรมวิธีการทำที่ต้องอาศัยฝีมือและความอดทนอย่างสูง ใช้เฉพาะเนื้อปลาที่สดใหม่ ผิวเป็นประกายเงางาม นำมาแล่เอาแต่เนื้อสีขาวนุ่มโดยใช้ช้อนขูดอย่างประณีตเพื่อเลี่ยงก้างและส่วนที่มีกลิ่นคาว เชฟจะนำเนื้อปลามาตีและกวนในทิศทางเดียวกันอย่างรวดเร็ว พร้อมค่อยๆ พรม "น้ำสมุนไพร" ที่ต้มจากพริกไทยเสฉวน (ฮวาเจียว) ขิง และต้นหอม เพื่อดับคาวและเพิ่มความชุ่มฉ่ำให้กับเนื้อสัมผัส เติมเนื้อหมูติดมันบดละเอียดเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความนุ่มนวลและรสชาติที่กลมกล่อม ก่อนจะปิดท้ายด้วย ใบกุยช่ายเขียว ซึ่งเปรียบเสมือนจิตวิญญาณที่ช่วยดึงความหวานตามธรรมชาติของเนื้อปลาให้ออกมาอย่างเด่นชัดที่สุด

    บ่าย

    นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองเยียนไถ (ระยะทาง 94 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชั่วโมง) ที่ซึ่งสายลมแห่งตำนานและกลิ่นอายไวน์บรรจบกับคลื่นทะเล ณ ปลายสุดของคาบสมุทรซานตง ที่ซึ่งทะเลป๋อไห่และทะเลเหลืองมาบรรจบกัน เมืองที่ไม่เพียงแต่มีชายหาดสีทองทอดยาวสุดสายตา แต่ยังเป็นดินแดนที่ทุกอณูของอากาศอบอวลไปด้วยเรื่องราวในหน้าประวัติศาสตร์ ตำนานลี้ลับ และกลิ่นหอมจรุงของไวน์ชั้นเลิศ ชื่อของเมือง "เยียนไถ" แปลตรงตัวว่า "หอควัน" ซึ่งมีที่มาจากหอสังเกตการณ์ที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง เพื่อจุดไฟให้สัญญาณควันเตือนภัยจากโจรสลัดในทะเล ทุกวันนี้ แม้ควันไฟจะจางหายไปแล้ว แต่จิตวิญญาณแห่งการปกป้องและสายใยที่ผูกพันกับท้องทะเลยังคงฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมของชาวเมือง สู่ เมืองที่สง่างามด้วยเรื่องราวที่ซ้อนทับกันมาร่วมพันปี

    นำท่านจิบไวน์ในปราสาทสไตล์ยุโรป หลีกหนีความวุ่นวายและก้าวเข้าสู่ดินแดนที่ราวกับหลุดมาจากเทพนิยายยุโรป ณ ไร่ไวน์ ชาโตว์ ณ คฤหาสน์ จางยู่ ปราสาทไวน์อันโอ่อ่าที่ตั้งตระหง่านกลางไร่องุ่นสุดลูกหูลูกตาในเมืองเยียนไถ มณฑลซานตง ที่นี่คือการบรรจบกันอย่างลงตัวของมรดกการผลิตไวน์กว่าร้อยปีของจีนและความเชี่ยวชาญจากฝรั่งเศส ทำให้เกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่เพียงสวยงามน่าถ่ายรูป แต่ยังเป็นสวรรค์ของคนรักไวน์ นำท่านเดินชมสถาปัตยกรรมคลาสสิก เยี่ยมชมห้องเก็บไวน์ใต้ดินอันลึกลับ และปิดท้ายด้วยการชิมไวน์รสเลิศที่ผลิตจากองุ่นในไร่แห่งนี้ เสริมแต่งประสบการณ์ที่จะทำให้การเดินทางของคุณพิเศษยิ่งขึ้น ปิดท้ายประสบการณ์อันสุดแสนคลาสสิกนี้... ด้วยการ ลิ้มรสไวน์แดง (ท่านละ 1 แก้ว) ที่มีชื่อเสียงของที่นี่ สำหรับท่านผู้เดินทางที่ อายุต่ำกว่า 18 ปี หรือ ท่านที่ไม่สามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้เนื่องด้วยข้อจำกัดทางศาสนา หรือเหตุผลส่วนตัวอื่นใด จะเป็นการจัดเตรียมน้ำองุ่น รสชาติเยี่ยมไว้บริการทดแทน

    นำท่านเดินทางต่อไปยัง ประติมากรรมวาฬผู้โดดเดี่ยว แลนด์มาร์กสุดอาร์ตริมชายหาดทองคำแห่งเมืองเยียนไถ มณฑลซานตง ประติมากรรมสำริดหล่อขนาดมหึมาความยาวกว่า 39 เมตรชิ้นนี้ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Deep Breath (深呼吸) ผลงานการออกแบบอันวิจิตรโดยศาสตราจารย์จากสถาบันวิจิตรศิลป์แห่งชาติจีน ที่สร้างสรรค์ขึ้นและเปิดให้เข้าชมตั้งแต่ปี 2016 รูปปั้นวาฬยักษ์ตัวนี้ทอดตัวอย่างสงบเงียบ โดยครึ่งหนึ่งของลำตัวจมอยู่ใต้ผืนทรายสีทองละเอียด และอีกครึ่งหนึ่งทอดสายตามองออกไปสู่ทะเลป๋อไห่ ภาพของวาฬยักษ์ที่ดูราวกับกำลังพ่นลมหายใจและแหวกว่ายขึ้นมาจากผืนทรายตัดกับขอบฟ้ากว้างและเกลียวคลื่นสีคราม

    ไม่ไกลยังเป็นที่ตั้งของถนนสายประวัติศาสตร์ความยาวประมาณ 400 เมตร ถนนเฉาหยาง ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1872 (ตรงกับรัชสมัยจักรพรรดิถงจื้อ แห่งราชวงศ์ชิง) ในอดีตถนนสายนี้เปรียบเสมือน "วอลล์สตรีท" หรือย่านการค้าต่างชาติที่รุ่งเรืองที่สุดของเมืองเยียนไถ จนได้รับฉายาว่า ย่านการค้าสไตล์ตะวันตกอันมั่งคั่ง เป็นศูนย์รวมของธนาคารต่างชาติ บริษัทการค้า และสถานกงสุลยุคบุกเบิก ปัจจุบัน ถนนสายนี้ได้รับการบูรณะและเปิดให้บริการอีกครั้งในปี ค.ศ. 2021 โดยยังคงรักษาโครงสร้างและสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ผสมผสานเข้ากับความร่วมสมัยของคาเฟ่เก๋ๆ บาร์ไวน์ ร้านหนังสือจงชูเก๋อ ที่ตกแต่งด้วยโทนสีเขียวแอปเปิลแสนอบอุ่น และมุมถ่ายรูปสุดน่ารัก เช่น หุ่นหมีแพนด้าที่เกาะอยู่ตามหน้าต่างตึกโบราณ ทำให้ที่นี่เป็นดั่งพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่มีชีวิตชีวาและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของวันวาน

    ค่ำ

    รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 5) ลิ้มรสปิ้งย่างบาร์บีคิวสไตล์เกาหลี ล้อมวงกับเพื่อนร่วมทาง ย่างเนื้อและวัตถุดิบนานาชนิดบนเตาถ่านร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลายไปทั่วบริเวณ หัวใจสำคัญของบาร์บีคิวสไตล์ซานตงอยู่ที่เครื่องเทศสูตรลับ ที่ผสมผสานทั้งยี่หร่า พริกป่น และเครื่องเทศอื่นๆ ที่ให้รสชาติจัดจ้านและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์

    จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก

    ที่พัก

    ALOFT HOTEL YANTAI หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
  • เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 6)

    นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือประมงเยียนไถ ประสบการณ์ราวกับหลุดเข้าไปในเมืองริมทะเลยุโรป ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปเหนือที่โดดเด่น อาคารหลังคาสีแดงทอดยาวเลียบชายฝั่งทะเลเหลือง สร้างบรรยากาศสุดโรแมนติก ที่นี่เป็นมากกว่าแค่ท่าเรือ แต่เป็นศูนย์รวมการท่องเที่ยว ความบันเทิง และการพักผ่อน ที่ผสมผสานความงามของธรรมชาติเข้ากับสิ่งก่อสร้างที่มีเสน่ห์ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นรับลมทะเลบนทางเดินไม้ ถ่ายรูปกับอาคารสวยๆ หรือนั่งจิบกาแฟในคาเฟ่บรรยากาศดีๆ

    นำท่านเดินทางสู่ เมืองเว่ยไห่ (ระยะทาง 81 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชั่วโมง) เสียงกระซิบจากท้องทะเลและเรื่องราวแห่งกาลเวลา ที่ซึ่งแผ่นดินจีนบรรจบกับทะเลเหลืองอย่างสงบงาม เมืองที่ไม่เพียงแค่มีชายหาดทอดยาวและอากาศบริสุทธิ์ ด้วยตำแหน่งที่ตั้งซึ่งเป็นเมืองของจีนที่อยู่ใกล้กับคาบสมุทรเกาหลีมากที่สุด ทำให้เว่ยไห่กลายเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมกับเกาหลีใต้มาอย่างยาวนาน อิทธิพลนี้ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในชีวิตประจำวันของผู้คน ตั้งแต่ร้านค้า ป้ายบอกทาง ไปจนถึงร้านอาหารเกาหลีรสชาติต้นตำรับที่หารับประทานได้ง่ายดาย

    แวะเช็คอินกับ เรือบูลเวย์ส ซากเรือที่กลายเป็นแลนด์มาร์คสุดขอบฟ้าแห่งเวยไห่ ณ สุดขอบชายฝั่งเมืองเวยไห่ เรือบรรทุกสินค้าขนาดยักษ์เกยตื้นอย่างสงบนิ่ง เรือ "บูลเวย์ส" สัญชาติปานามาลำนี้ ได้เผชิญหน้ากับพายุไต้ฝุ่น "นันมาดอล" ในเดือนกันยายน ปี 2022 และถูกคลื่นซัดมาเกยตื้น ณ ที่แห่งนี้ จากการเดินทางที่ต้องสิ้นสุดลงอย่างไม่คาดฝัน เรือลำนี้กลับไม่ได้ถูกทอดทิ้งให้ผุพังไปตามกาลเวลา แต่ได้ถือกำเนิดใหม่ในฐานะ แลนด์มาร์ค ถ่ายภาพสุดชิคที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและเหล่าช่างภาพจากทั่วประเทศจีน ภาพของเรือเหล็กขนาดมหึมาที่เอียงกระเท่เร่ตัดกับเส้นขอบฟ้าและผืนน้ำทะเลสีคราม สร้างบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง ทรงพลัง และแฝงไปด้วยความรู้สึกเหงาปนความสวยงาม

    กลางวัน

    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 7) อาหารกวางตุ้ง ปรัชญาแห่งความสดใหม่และรสชาติจากธรรมชาติ หัวใจสำคัญของอาหารกวางตุ้งคือการเคารพใน "รสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบ" พ่อครัวชาวกวางตุ้งเชื่อว่าเครื่องปรุงรสควรทำหน้าที่เพียง "ชูรส" ไม่ใช่ "บดบัง" ความสดใหม่ของเนื้อสัตว์และผัก รสชาติโดยรวมจึงมีความกลมกล่อม ละมุนละไม ไม่จัดจ้านหรือมันเยิ้มจนเกินไป เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการฟื้นฟูความเหนื่อยล้าหลังจากการเดินทางท่องเที่ยวชายทะเลอันยาวนาน

    นำท่านเช็คอิน ถนนคบเพลิงสายที่แปด มุมลับสุดปังที่ใครๆ ก็ต้องเช็คอิน ถนนเส้นเล็กๆ ที่ทอดยาวลงไปจนสุดสายตา บรรจบกับเส้นขอบฟ้าและผืนน้ำทะเลสีครามสดใส จุดเช็คอินที่โด่งดังที่สุดในโลกโซเชียล" ด้วยบรรยากาศที่ราวกับหลุดออกมาจากฉากในการ์ตูนอนิเมะญี่ปุ่น ที่นี่ไม่ใช่มีแค่เพียงแต่ถนน แต่เป็นเฟรมภาพที่มีชีวิต ที่ซึ่งความเรียบง่ายของบ้านเรือนสองข้างทางตัดกับความยิ่งใหญ่ของท้องทะเลได้อย่างลงตัว ทำให้ทุกย่างก้าวและทุกการกดชัตเตอร์ของคุณกลายเป็นภาพถ่ายที่น่าจดจำ เตรียมกล้องของคุณให้พร้อม แล้วไปเก็บภาพสวยๆ ที่มุมมหาชนแห่งนี้กันได้เลย

    นำท่านเช็คอินกับ กรอบรูปยักษ์แห่งเว่ยไห่ หรือที่รู้จักกันในชื่ออย่างเป็นทางการว่า หน้าต่างแห่งเวยไห่ (ประติมากรรมบรอนซ์ขนาดมหึมานี้ตั้งตระหง่านอยู่ริมชายฝั่งทะเลเหลือง ผลงานชิ้นเอกนี้ได้รับการออกแบบโดย "ฟู่ จงวั่ง" ศิลปินและผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ชื่อดัง โดยสร้างสรรค์เป็นรูปมือขนาดใหญ่สองข้างที่กำลังประคองกรอบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าบานยักษ์เอาไว้ เมื่อคุณมองผ่านกรอบรูปนี้ออกไป ภาพเบื้องหน้าจะถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของธรรมชาติที่แปรเปลี่ยนไปในทุกช่วงเวลา ทั้งน้ำทะเลสีฟ้าครามอันกว้างใหญ่ ท้องฟ้าสดใส และเกาะหลิวหง ที่ลอยเด่นอยู่ไกลๆ ราวกับว่าธรรมชาติได้วาดภาพทิวทัศน์ที่มีชีวิตชีวาลงบนผืนผ้าใบยักษ์นี้อย่างไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน

    นำท่านเดินทางสู่ เมืองชิงเต่า (ระยะทาง 201 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) ที่ซึ่งลมหายใจแห่งยุโรปและจิตวิญญาณจีนบรรจบกันริมฝั่งทะเลเหลือง ในมณฑลซานตงอันกว้างใหญ่ มีนครแห่งหนึ่งที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ทวีปยุโรปแห่งทิศบูรพา” เมืองนั้นคือ “ชิงเต่า” ที่นี่ไม่ใช่แค่เมืองท่าที่สำคัญ แต่เป็นผืนผ้าใบที่มีชีวิตซึ่งวาดแต่งด้วยสีสันของประวัติศาสตร์อันน่าทึ่ง วัฒนธรรมที่ผสมผสาน และทิวทัศน์ชายทะเลที่งดงามจับใจ เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของชิงเต่าถือกำเนิดจากหน้าประวัติศาสตร์ที่ไม่เหมือนใคร ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชิงเต่าซึ่งเดิมเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ได้กลายเป็นเขตเช่าของเยอรมนี แม้จะเป็นช่วงเวลาเพียง 16 ปี แต่ชาวเยอรมันได้วางรากฐานเมืองสมัยใหม่ไว้อย่างมั่นคง ทั้งระบบสาธารณูปโภค ถนนหนทางที่กว้างขวาง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปที่ยังคงงดงามมาจนถึงทุกวันนี้

    เดินทางสู่ ซาจื่อโข่ว สัมผัสเสน่ห์หมู่บ้านชาวประมงแห่งชิงเต่า หลีกหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่ มาสัมผัสชีวิตชาวประมง ที่ “ซาจื่อโข่ว” หมู่บ้านชาวประมงอันเงียบสงบที่ตั้งอยู่ ณ เขตเหลาซาน เมืองชิงเต่า ที่นี่คือภาพสะท้อนของวิถีชีวิตดั้งเดิมที่ผสานกับทิวทัศน์ชายทะเลอันงดงาม กลิ่นอายของทะเลที่สดชื่น เสียงเรือประมงที่เข้าเทียบท่า และภาพบ้านเรือนหลากสีสันที่ตั้งเรียงรายตามแนวชายฝั่ง สัมผัสกับเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ ที่นี่ไม่เพียงแต่เป็นสวรรค์ของคนรักอาหารทะเลสดใหม่ แต่ยังเป็นจุดถ่ายภาพที่สวยงามราวกับเมืองชายฝั่งในอิตาลีอีกด้วย

    ค่ำ

    รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 8) หม้อไฟทะเล หม้อไฟ ไม่ใช่เพียงแค่การรับประทานอาหาร แต่เป็น "วัฒนธรรมแห่งการแบ่งปัน" และความอบอุ่นที่สืบทอดกันมานับพันปีของชาวจีน ในมื้อนี้ ท่านจะได้ล้อมวงรอบหม้อน้ำซุปเดือดพล่านที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นโชยมาแต่ไกล โดยทั่วไปจะเสิร์ฟในรูปแบบน้ำซุปสองสไตล์ เพื่อให้ได้ลิ้มรสชาติที่หลากหลาย น้ำซุปใสสูตรกลมกล่อม น้ำซุปกระดูกที่เคี่ยวอย่างพิถีพิถันจนได้รสหวานธรรมชาติจากวัตถุดิบ เสริมความหอมละมุนด้วยสมุนไพรจีน เช่น เก๋ากี้ และพุทราจีน ให้ความรู้สึกสดชื่นและบำรุงสุขภาพ หรือ น้ำซุปหมาล่ารสจัดจ้าน สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเผ็ดร้อน ซุปหมาล่าสีแดงฉานเข้มข้นด้วยพริกแห้ง เครื่องเทศ และมะแขว่น (ฮวาเจียว) จะมอบรสชาติเผ็ดซ่า ลิ้นชาเบา ๆ ช่วยขับลมและเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม

    จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก

    ที่พัก

    HOLIDAY INN EXPRESS QINGDAO JINSHUI หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
  • เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 9)

    นำท่าน เช็คอินย่านเมืองเก่าเยอรมัน เริ่มต้นที่ ตรอกกว่างซิงหลี่ จุดเช็คอินสุดฮิปแห่งชิงเต่าที่ลมหายใจแห่งอดีตยังมีชีวิต ย้อนเวลากลับไปในชิงเต่าเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ที่นี่คือย่านเก่าแก่ที่ถูกปลุกให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง กลายเป็นแหล่งรวมตัวของเหล่าฮิปสเตอร์และนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร ตรอกซอกซอยที่เรียงรายไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมแบบ "หลี่-ย่วน" ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างบ้านสี่ล้อมแบบจีนกับอาคารสไตล์ตะวันตก ที่สร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ 1920-1930 ปัจจุบันได้กลายมาเป็นที่ตั้งของคาเฟ่สุดเก๋ ร้านค้าดีไซน์ และแกลเลอรีศิลปะขนาดย่อม ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่ใครมาเยือนชิงเต่าก็ต้องแวะมาเช็คอิน

    ไม่ไกลจากตรอกกว่างซิ่ง จะเป็นที่ตั้งของ ถนนจงซาน ย้อนเวลาสู่หัวใจแห่งชิงเต่า กลิ่นอายยุโรปบนถนนสายประวัติศาสตร์ ถนนสายที่เป็นดั่งพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตซึ่งบันทึกเรื่องราวกว่าศตวรรษของเมืองชิงเต่า ในฐานะ "จุดเช็คอินยอดฮิต" ที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือน ถนนสายนี้คือศูนย์กลางการค้าแห่งแรกของเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปเก่าแก่ที่ได้รับอิทธิพลจากเยอรมัน การได้เดินทอดน่องไปบนถนนจงซานเปรียบเสมือนการเดินทางย้อนเวลากลับไปในยุคที่วัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกเริ่มหลอมรวมกัน

    เข้าสู่ใจกลางเมืองเก่าชิงเต่าพบกับ อาสนวิหาร โบสถ์เซนต์ไมเคิล หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า "เทียนจู่เจี้ยวถัง" (โบสถ์คาทอลิก) ที่ตั้งตระหง่านดุจปราสาทในเทพนิยาย ด้วยหอคอยแฝดสไตล์โกธิกและโรมาเนสก์ที่สร้างขึ้นในปี 1934 สถาปัตยกรรมเยอรมันแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวคริสต์ แต่ยังเป็นฉากหลังสุดโรแมนติกที่คู่รักนิยมมาถ่ายภาพแต่งงานมากที่สุดแห่งหนึ่งในชิงเต่า เสียงระฆังที่ดังกังวานทุกชั่วโมงเสริมสร้างบรรยากาศให้พื้นที่โดยรอบเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังและกลิ่นอายแบบยุโรปโบราณ

    กลางวัน

    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 10) เมนูฉวนเซียง เสน่ห์แห่งรสชาติสองมิติ ความซ่าชาของเสฉวนปะทะความเผ็ดร้อนของหูหนาน สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ชื่นชอบอาหารรสจัดจ้าน มื้อนี้เปรียบเสมือนสวรรค์บนโต๊ะอาหารที่จะมาเปิดประสาทสัมผัสด้วยมิติของความเผ็ดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ระหว่างศิลปะแห่งรสชาติเสฉวน โดดเด่นด้วยรสชาติ "หมาล่า" ที่ผสมผสานความเผ็ดร้อนของพริกแห้งเข้ากับความซ่าชาปลายลิ้นของมะแขว่นจีนหรือฮวาเจียว ผนวกกับเทคนิคการปรุงรสที่ล้ำลึกและกลมกล่อมของศิลปะแห่งรสชาติหูหนาน ที่ขับเน้นความเผ็ดสด ที่เฉียบคมและตรงไปตรงมา ชูรสชาติแท้ๆ ของวัตถุดิบผ่านการผัดด้วยไฟแรงจัดจนเกิด กลิ่นหอมกระทะ ที่เย้ายวนใจ พร้อมรสชาติเค็มมันเข้มข้นที่ชวนให้เจริญอาหารเป็นพิเศษ

    บ่าย

    นำท่านเปิดประตูสู่ตำนานเบียร์ร้อยปีที่ พิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า ก้าวเข้าสู่โลกแห่งฟองเบียร์และประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตชีวาที่พิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า ถือเป็นจุดกำเนิดของเบียร์ที่โด่งดังที่สุดของจีน ที่ซึ่งได้รับมรดกทางวัฒนธรรมจากเยอรมันเมื่อปี 1903 ได้ผสมผสานกับวัฒนธรรมจีนอย่างลงตัว เดินย้อนเวลาไปในอาคารอิฐแดงเก่าแก่สไตล์โกธิค สัมผัสกลิ่นหอมของมอลต์และฮอปส์ที่อบอวลไปทั่ว พร้อมชมเครื่องจักรต้มเบียร์ทองแดงขนาดยักษ์ที่เคยใช้งานจริง และปิดท้ายทริปด้วยการชิมเบียร์สดๆ ที่ส่งตรงจากถังหมัก เป็นประสบการณ์ที่ปลุกทุกประสาทสัมผัสและจะทำให้คุณหลงรักเมืองชิงเต่ามากยิ่งขึ้น แน่นอน... ไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอยคือการ ลิ้มรสเบียร์ชิงเต่าสด (ท่านละ 1 แก้ว) รสชาติต้นตำรับที่ส่งตรงจากถังบ่ม สำหรับท่านผู้เดินทางที่ อายุต่ำกว่า 18 ปี หรือ ท่านที่ไม่สามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้เนื่องด้วยข้อจำกัดทางศาสนา จะมีเครื่องดื่มอัดลมที่ไม่มีแอลกอฮอล์ให้บริการแทน

    นำท่านเดินทางสู่ ถนนคนเดินไถตง หัวใจแห่งการช้อปปิ้งและสีสันยามค่ำคืนของชิงเต่า ศูนย์กลางการค้าที่คึกคักและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง ตลาดอันเป็นเหมือนเวทีขนาดใหญ่ที่จัดแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่น เทรนด์แฟชั่นล่าสุด และที่สำคัญที่สุดคือ สวรรค์ของอาหารสตรีทฟู้ดที่ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนไปทั่วบริเวณ ตามแผนการเดินทางของคุณ นี่คือช่วงเวลาอิสระที่คุณจะได้ปลดปล่อยความเป็นนักช้อปและนักชิมในตัวคุณให้เต็มที่ ท่ามกลางแสงไฟนีออนหลากสีสันและพลังงานที่ไม่เคยหลับใหลของชาวเมืองชิงเต่า

    เย็น

    อิสระอาหารค่ำ ณ ถนนคนเดินไถตง เปิดประสบการณ์ตะลุยแหล่งรวมของอร่อยที่คึกคักและมีชีวิตชีวาที่สุดในชิงเต่า! มอบอิสระให้ท่านได้สนุกกับการตามรอยสตรีทฟู้ดชื่อดัง อาหารทะเลสดใหม่ และของกินเล่นสไตล์โลคอล สัมผัสวิถีชีวิตคนท้องถิ่นและปลดปล่อยความอร่อยในแบบฉบับนักเดินทาง

    หลีกหนีความวุ่นวายมาสัมผัสความงามอันเงียบสงบของ หาดหมายเลข 3 ชายหาดที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในชายหาดที่สะอาดและสวยงามที่สุดของชิงเต่า แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่โตเท่าหาดอื่น แต่ที่นี่กลับมีเสน่ห์เฉพาะตัวด้วยผืนทรายที่ขาวละเอียด น้ำทะเลใสสะอาด และคลื่นลมที่ไม่รุนแรงนัก และเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน ที่นี่จะกลายเป็นจุดชมวิวสุดโรแมนติก ให้คุณได้ดื่มด่ำกับการแสดงแสงสี (Light Show) บนตึกระฟ้าที่ส่องประกายระยิบระยับตัดกับผืนน้ำทะเล

    จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก

    ที่พัก

    HOLIDAY INN EXPRESS QINGDAO JINSHUI หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
  • เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 11)

    นำท่านเดินทางเข้าสู่ดินแดนที่ประวัติศาสตร์และธรรมชาติไหลร้อยรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ณ เมืองจางชิว (ระยะทาง 313 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) เขตปกครองอันเปี่ยมด้วยเสน่ห์ของนครจี่หนาน มณฑลซานตง ดินแดนแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นอู่อารยธรรมโบราณ "หลงซาน" เจ้าของเครื่องปั้นดินเผาสีดำเนื้อบางดุจเปลือกไข่อันเลื่องชื่อยุคก่อนประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองที่ซุกซ่อนความโรแมนติกและจิตวิญญาณแห่งช่างฝีมือเอาไว้อย่างลึกซึ้ง

    กลางวัน

    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 12) บาร์บีคิวจือป๋อ ชุดสามประสานแห่งจิตวิญญาณ หัวใจหลักของปิ้งย่างจือปั๋ว ความพิเศษของปิ้งย่างจือปั๋วไม่ใช่เพียงแค่เนื้อเสียบไม้ธรรมดา แต่คือศิลปะการกินที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวผ่านองค์ประกอบสำคัญ 3 สิ่ง อันได้แก่ เนื้อเสียบไม้ (เนื้อหมูหมักเครื่องเทศเข้มข้น) เสิร์ฟบนเตาถ่านเล็กๆ บนโต๊ะของท่าน เพื่อให้ท่านได้สนุกกับการปิ้งต่อด้วยตัวเองตามระดับความสุกและความเกรียมที่ชอบ ทำให้เนื้อทุกคำที่ทานยังคงร้อนซู่และส่งกลิ่นหอมกรุ่นอยู่ตลอดเวลา แผ่นแป้งย่างบางเหนียวนุ่ม แผ่นแป้งสไตล์พื้นเมืองเนื้อเหนียวนุ่มกำลังดี ก่อนทานแนะนำให้นำไปอังบนเตาถ่านสักครู่เพื่อให้แป้งร้อนและส่งกลิ่นหอมของแป้งย่าง ทานพร้อมกับต้นหอมยักษ์ซานตง ต้นหอมสดคัดเฉพาะส่วนสีขาวและเขียวอ่อน มีเนื้อสัมผัสที่กรอบฉ่ำ รสชาติหวานตามธรรมชาติ ไม่เผ็ดฉุนเหมือนหอมทั่วไป ช่วยตัดเลี่ยนของเนื้อย่างได้อย่างยอดเยี่ยม

    บ่าย

    นำท่านเข้าชม เมืองโบราณแห่งสายน้ำอันงดงามที่สุดในเจียงเป่ย สู่ เมืองโบราณหมิงสุ่ย ท่านจะได้สัมผัสกับสมญานาม "เมืองสายน้ำแห่งแดนเหนือที่งดงามที่สุด" ภาพของกำแพงอิฐสีเทาโบราณ สะพานหินโค้งทอดข้ามลำคลอง และบ้านเรือนสไตล์จีนดั้งเดิมที่มีสายน้ำใสสะอาดผุดขึ้นจากใต้ดินไหลผ่านหน้าบ้าน จะทำให้ท่านรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปในภาพวาดพู่กันจีนโบราณ ที่นี่คือการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างความอ่อนช้อยโรแมนติกของเมืองริมน้ำทางตอนใต้ (เจียงหนาน) เข้ากับความโอ่อ่า สง่างาม และเปี่ยมด้วยมนต์ขลังของสถาปัตยกรรมทางตอนเหนือ เมื่อก้าวเข้าสู่เมืองโบราณแห่งนี้ คุณจะได้เดินทางย้อนเวลากลับไปสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมผ่านสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นการตามรอย "หลี่ชิงจ้าว" กวีหญิงผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จีน ณ บ้านเกิดของเธอ ดื่มด่ำความมหัศจรรย์ของน้ำพุธรรมชาติอย่าง น้ำพุโม่เฉวียน ที่พุ่งขึ้นมาอย่างทรงพลังจนดูเหมือนน้ำหมึกสีเข้มแต่กลับใสสะอาดบริสุทธิ์ น้ำพุโม่เฉวียนพุ่งทะยานขึ้นมาจากรอยแยกหินปูนใต้ดินลึกด้วยกำลังมหาศาล ส่งเสียงน้ำไหลซัดสาดดังกึกก้องประดุจเสียงฟ้าร้อง ด้วยความลึกของบ่อบวกกับเงาสะท้อน ผิวน้ำจึงดูใสสะอาดจนเป็นสีเขียวเข้มอมดำขลับคล้ายน้ำหมึก อันเป็นที่มาของชื่อ "โม่เฉวียน" (น้ำพุหมึก) และ น้ำพุร้อยสาย

    จากนั้นเปิดประสบการณ์เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ โรงทอผ้าตระกูลเมิ่ง "พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต" ซึ่งสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ของจีน โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากตระกูลเมิ่ง ผู้ก่อตั้ง "รุ่ยฝูเสียง" แบรนด์ผ้าไหมอายุกว่าร้อยปีที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของจีน ที่นี่คุณจะได้สัมผัสจิตวิญญาณแห่งพ่อค้าผู้ซื่อสัตย์ตามวิถีขงจื๊อ ชมการสาธิตเครื่องทอผ้าไม้แบบโบราณที่ยังคงส่งเสียงขับขานเบาๆ และ โรงตีเหล็กโบราณ ที่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางกลิ่นอายของเตาเผาถ่านหินอันร้อนแรง จากตำนานอันเลื่องลืออย่าง "ช่างตีเหล็กจางชิวเลื่องลือไปทั่วหล้า" และ "กระทะเหล็กจางชิว" อันเป็นเอกลักษณ์ ที่ต้องผ่านการตีด้วยมืออย่างประณีตถึง 36,000 ครั้ง จนได้พื้นผิวเรียบเนียนเป็นเงาราวกับกระจกโดยไม่ต้องเคลือบสารเคมีใด ๆ

    ก่อนจะปิดท้ายค่ำคืนอันแสนโรแมนติกด้วย เฉวียนซิ่ว การแสดงแสงสีเสียงและน้ำพุดนตรีสุดอลังการที่จะเนรมิตค่ำคืนของคุณให้เต็มไปด้วยความทรงจำอันงดงาม การแสดงนี้ใช้ฉากหลังเป็นกำแพงเมืองโบราณอันสง่างามและหยิบยก "สายน้ำพุธรรมชาติ" ซึ่งเป็นจิตวิญญาณอันมีชีวิตชีวาของเมืองแห่งนี้มาเป็นตัวเอกหลัก โดยผสมผสานศิลปะการร่ายรำแบบจีนคลาสสิก ดนตรีบรรเลงอันไพเราะ เทคโนโลยีม่านน้ำพุ แสงเลเซอร์สีสันตระการตา และการแสดงโดรนแปรอักษรบนท้องฟ้า (เช่น โดรนรูปนกฟีนิกซ์สยายปีกพ่นไฟ) เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของหมีแพนด้าสมบัติชาติ เรื่องราวลี้ลับจากตำนานโป๊ยเซียน และจิตวิญญาณแห่งกวีหญิงชื่อดังแห่งยุคราชวงศ์ซ่ง

    ค่ำ

    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 13)

    จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก

    ที่พัก

    ZHANGQIU YINYUE INTERNATIONAL HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
  • เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 14)

    พาทุกท่านไปสัมผัสกับหัวใจแห่ง "เมืองแห่งสายน้ำพุ" ณ ทะเลสาบต้าหมิง อัญมณีเม็ดงามใจกลางเมืองจี่หนานที่รวบรวมเอาความงามทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์นับพันปีมารวมไว้ในที่เดียว ทะเลสาบต้าหมิงเป็นทะเลสาบตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในเมืองจี่หนาน ความมหัศจรรย์ของทะเลสาบแห่งนี้คือการเป็นจุดรวมของน้ำพุธรรมชาติสายต่างๆ ทั่วเมือง ทำให้น้ำในทะเลสาบมีความใสสะอาดและมีระดับน้ำที่คงที่ตลอดทั้งปี ภาพของทิวต้นหลิวที่ลู่ลมโอบล้อมผืนน้ำกว้างใหญ่ และดอกบัวหลวงที่ชูช่อเบ่งบานในช่วงฤดูร้อน เป็นภาพจำที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับกวีและศิลปินจีนมาหลายยุคหลายสมัย รวมถึง มาร์โก โปโล (Marco Polo) นักเดินทางระดับโลกที่เคยมาเยือนและยกย่องความงดงามของสถานที่แห่งนี้

    นำทุกท่านก้าวเข้าสู่ ถนนชวีสุ่ย ตรอกซอกซอยโบราณที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่ภาพวาดพู่กันจีนโบราณ ถนนสายนี้คือภาพสะท้อนจิตวิญญาณอันแท้จริงของเมืองจี่หนาน ภายใต้คำจำกัดความสุดคลาสสิกที่ว่า "ทุกบ้านมีน้ำพุ ทุกครัวเรือนมีต้นหลิว" ลำธารใสสะอาดที่ไหลมาจากน้ำพุธรรมชาติจะขนานไปกับถนนหินแกรนิตโบราณ สองข้างทางเรียงรายไปด้วยบ้านเรือนดั้งเดิมหลังคากระเบื้องสีดำและกำแพงสีขาว มีกิ่งหลิวสีเขียวชอุ่มลู่ลมอย่างอ่อนช้อย ภาพของชาวเมืองที่ยังคงมาตักน้ำ ซักผ้า หรือนั่งจิบชาริมน้ำพุอย่างเป็นกันเอง เป็นความเรียบง่ายที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาและโรแมนติกอย่างที่สุด

    กลางวัน

    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 15) อาหารหลูช่าย หนึ่งใน "สี่ตระกูลอาหารอันยิ่งใหญ่ของจีน" ที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ที่สุดและมีอิทธิพลต่อราชสำนักจีนโบราณอย่างลึกซึ้ง ด้วยรากฐานทางวัฒนธรรมที่ได้รับอิทธิพลจากปรัชญาของขงจื๊อที่ว่า "อาหารการกินนั้น ยิ่งประณีตบรรจงเท่าไหร่ก็ยิ่งดี" ทำให้อาหารทุกจานของที่นี่เปี่ยมไปด้วยศาสตร์และศิลป์ ตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบ การหั่น ไปจนถึงการควบคุมระดับไฟ เทคนิคการใช้ไฟสูง การผัดด้วยไฟแรงสูงในเสี้ยววินาทีอันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้น รสชาติแท้จริง และความกรอบนุ่มของวัตถุดิบเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ทิ้งความเลี่ยน หอมกรุ่นด้วยกลิ่นอายสมุนไพรและต้นหอมโบราณ การปรุงรสที่เน้นความเค็มนำอย่างกลมกล่อม ชูรสชาติด้วยต้นหอมซานตงและกระเทียม เพื่อเพิ่มมิติความหอมอันเป็นเอกลักษณ์

    นำท่านเข้าชม จิตวิญญาณแห่งเมืองน้ำพุจี่หนาน บ่อน้ำพุเสือดำ เปรียบเสมือนหัวใจและจิตวิญญาณที่สะท้อนวิถีชีวิตอันแท้จริงของชาวเมืองนี้ บ่อน้ำพุแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของคูเมืองโบราณ น้ำพุธรรมชาติแห่งนี้มีอัตราการพุ่งของน้ำแรงเป็นอันดับสองในบรรดาน้ำพุที่มีชื่อเสียงทั้ง 72 สายของจี่หนาน ไฮไลต์อันเป็นเอกลักษณ์คือภาพของน้ำแร่ธรรมชาติใสบริสุทธิ์ราวกับมรกตที่พวยพุ่งอย่างทรงพลังออกจากปากรูปปั้นหัวเสือหินแกะสลัก 3 หัวไหลลงสู่สระน้ำสี่เหลี่ยมด้านล่าง เสียงน้ำที่ไหลผ่านถ้ำหินปูนธรรมชาติซัดกระทบโขดหิน ผสานกับเสียงลมที่ก้องอยู่ในถ้ำเกิดเป็นเสียงคำรามทุ้มต่ำคล้ายเสียงเสือคำราม อันเป็นที่มาของชื่อ "บ่อน้ำพุเสือดำ" ท่ามกลางทิวทัศน์ของต้นหลิวที่ลู่ลม สะพานหินโบราณ และวิถีชีวิตของชาวเมืองจี่หนานที่หอบหิ้วถังน้ำมาตักน้ำพุไปชงชาและปรุงอาหารในทุก ๆ เช้า

    นำท่านเดินทางสู่ ถนนคนเดินควานโฮ่วหลี่ ตรอกโบราณสุดฮิปใจกลางเมืองจี่หนาน มณฑลซานตง ที่ซึ่งกลิ่นอายประวัติศาสตร์อันรุ่งเรืองกว่า 400 ปี ตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงและชิง ได้หลอมรวมเข้ากับไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมสมัยใหม่อย่างลงตัวที่สุด คำว่า ”ควาน” แปลว่า ความกว้างขวางโอบอ้อมอารี และ "โฮ่ว" แปลว่า ความเมตตากรุณาอันเปี่ยมล้น ชื่ออันเป็นมงคลนี้สะท้อนถึงนิสัยใจคอของชาวจี่หนานที่มีความโอบอ้อมอารีและยินดีต้อนรับผู้มาเยือนจากต่างถิ่นเสมอมา ปัจจุบันย่านประวัติศาสตร์แห่งนี้ได้รับการบูรณะใหม่อย่างประณีตด้วยสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม ทั้งกำแพงอิฐสีเทา หลังคากระเบื้องสีเข้ม และลานสไตล์สี่ประสาน แต่ภายในกลับคึกคักไปด้วยร้านอาหารพื้นเมือง ร้านกาแฟ บาร์สุดชิค และงานศิลปะร่วมสมัย

    สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ สนามบินจี่หนานเย่าเฉียง เช็คอิน ณ เคาน์เตอร์ สายการบิน ซานตง แอร์ไลน์ พร้อมโหลดสัมภาระ รวมน้ำหนักกระเป๋า 23 กิโลกรัม/ท่านละ 1 ใบ รับบัตรโดยสารและผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง

    21.55 น.

    ออกเดินทางจาก สนามบินจี่หนานเย่าเฉียง สู่ สนามบินสุวรรณภูมิ โดย สายการบิน ซานตง แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SC4079

    01.50 น. +11

    เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

มื้ออาหาร

วันที่ กำหนดการ เช้า กลางวัน ค่ำ
1กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)
2กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) – จี่หนาน (สนามบินจี่หนานเย่าเฉียง) (SC8076 : 02:25 - 08:10) จี่หนาน - โจวชุน – เมืองโบราณโจวชุน - เว่ยฝ่าง – หมู่บ้านวัฒนธรรมพื้นบ้านหยางเจียปู้
3เผิงไหล – จุดชมวิวแปดเซียนข้ามทะเล - เยียนไถ – ไรไวน์จางยวี่ (แถมชิมไวร์ ท่านละ 1 แก้ว) - ปฎิมากรรมวาฬเดียวดาย - ถนนเฉาหยาง
4เยียนไถ - ท่าเรือประมงเยียนไถ - เว่ยไห่ – ถนนริมหาดคบเพลิงหมายเลขแปด – กรอบรูปแห่งเว่ยไห่ - เรือบลูเวยส์ - ชิงเต่า - เช็คอิน ย่านซาจื่อโข่ว
5ชิงเต่า –เช็คอินย่านเมืองเก่าเยอรมัน - ตรอกกว่างซิ่ง – ถนนจงซาน – พิพิธภัณฑ์โรงเบียร์ชิงเต่า (แถมชิมเบียร์ ท่านละ 1 แก้ว) – ถนนคนเดินไถตง - ชมการแสดงแสงไฟ ณ ชายหาดหมายเลข 3
6ชิงเต่า – จางชิว - เมืองโบราณหมิงสุ่ย – บ้านเกิดหลี่ชิงเจ้า – น้ำพุโม่เฉวียน – น้ำพุร้อยสาย – โรงทอผ้าท้องถิ่น + ศูนย์วัฒนธรรมช่างตีเหล็ก – ชมโชว์เฉวียนซิ่ว
7จี่หนาน - ทะเลสาบต้าหมิง - ถนนโบราณชวีสุ่ย - บ่อน้ำพุเสือดำ - ถนนคนเดินควานโฮ่วหลี่ - จี่หนาน(สนามบินจี่หนานเย่าเฉียง) - กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) (SC8075 : 21:35 – 01.25+1)

เงื่อนไขการจองทัวร์

1. ค่าทำหนังสือเดินทางไทย และเอกสารต่างด้าว

2. ค่าธรรมเนียมเอกสารเข้าเมืองเดินทางเข้าประเทศจีนสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตต่างประเทศ (ทางรัฐบาลจีนประกาศยกเลิกวีซ่าให้กับคนไทย ผู้ที่ประสงค์จะพำนักระยะสั้นใน ประเทศจีนในรอบ 6 เดือน ไม่เกิน 90 วัน **ถ้ากรณีทางรัฐบาลจีนประกาศให้กลับมาใช้วีซ่า ผู้เดินทางจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มในการขอวีซ่าตามที่ สถานทูตกำหนด)

3. ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด

4. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการ เช่น ค่าเครื่องดื่ม, ค่าอาหารที่สั่งเพิ่มเอง, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีดฯลฯ

*สำหรับท่านที่รับประทานอาหารพิเศษ อาหารเจ หรือไม่ทานเนื้อสัตว์ ไม่ทานหมู ไม่ทานไก่ และมีความจำเป็นให้ทางบริษัทจัดเตรียมอาหารไว้ให้ท่านเป็นพิเศษนอกเหนือจากที่กรุ๊ปจัดไว้ในรายการ ขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามจริงหน้างาน

5. ค่าภาษีน้ำมันที่สายการบินเรียกเก็บเพิ่มภายหลังจากทางบริษัทฯ ได้นำเสนอโปรแกรม นอกเหนืออัตราค่าทัวร์ที่นำเสนอนี้ (ณ วันที่ 05 พ.ค. 69) ได้รวมภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินตามอัตราปัจจุบัน ณ วันที่ออกโปรแกรมแล้ว อย่างไรก็ตาม หากก่อนวันเดินทาง ทางสายการบินมีการประกาศปรับขึ้นค่าภาษีน้ำมัน ภาษีสนามบิน หรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มส่วนอื่นๆ (แม้ว่าทางบริษัทฯ จะได้ทำการออกตั๋วเครื่องบินไปแล้วก็ตาม) ทางบริษัทฯ ขอความกรุณาเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในส่วนต่างนี้เพิ่มตามความเป็นจริง

6. ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและคนขับรถ รวม 2,000 บาท/ท่าน/ทริป (เด็กชำระทิปเท่ากับผู้ใหญ่) ชำระที่สนามบิน

7. ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และหัก ณ ที่จ่าย 3%

1.  ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินไป-กลับ ชั้นประหยัดพร้อมค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการทัวร์ข้างต้น

2. ค่าที่พักห้องละ 2-3 ท่าน ตามโรงแรมที่ระบุไว้ในรายการ หรือ ระดับเทียบเท่า

- กรณีห้อง TWIN BED (เตียงเดี่ยว 2 เตียง) ซึ่งโรงแรมไม่มีหรือเต็ม ทางบริษัทขอปรับเป็นห้อง DOUBLE BED แทนโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

- หากต้องการห้องพักแบบ DOUBLE BED ซึ่งโรงแรมไม่มีหรือเต็ม ทางบริษัทขอปรับเป็นห้อง TWIN BED แทนโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เช่นกัน

- กรณีพักแบบ TRIPLE ROOM  3 ท่าน 1 ห้อง ท่านที่ 3 อาจเป็นเสริมเตียง หรือ SOFA BED หรือ เสริมฟูกที่นอน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดห้องพักของโรงแรมนั้นๆ

3. ค่าอาหาร ค่าเข้าชม และ ค่ายานพาหนะทุกชนิด ตามที่ระบุไว้ในรายการทัวร์ข้างต้น

4. เจ้าหน้าที่บริษัท ฯ คอยอำนวยความสะดวกทุกท่านตลอดการเดินทาง

5. ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด 23 กิโลกรัม / ท่าน / จำกัดท่านละ 1 ใบ

6. ค่าประกันวินาศภัยเครื่องบินตามเงื่อนไขของแต่ละสายการบิน

7. ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เฉพาะค่าบริการ

8.  ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงิน 1,000,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์) เงื่อนไขประกันการเดินทาง ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองเฉพาะกรณีที่ได้รับอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง ไม่คุ้มครองถึงการสูญเสียทรัพย์สินส่วนตัวและไม่คุ้มครองโรคประจำตัวของผู้เดินทางและคุ้มครองเฉพาะผู้เดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ปเท่านั้น


1. การเดินทางในแต่ละครั้งจะต้องมีผู้โดยสารจำนวน 15 ท่านขึ้นไป ถ้าผู้โดยสารไม่ครบจำนวนดังกล่าว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาหรือยกเลิกการเดินทาง

2. เที่ยวบินที่ระบุในโปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลง หากท่านที่ต้องการออกบัตรโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่บริษัทฯ ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง เพื่อยืนยันเที่ยวบินของโปรแกรมที่ถูกต้อง กรณีออกบัตรโดยสารภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากทางบริษัทฯ และไม่สอดคล้องกับเที่ยวบินของโปรแกรม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดเพิ่มขึ้นได้ 

3. หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกใน  การเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด

4. การชำระค่าบริการ

3.1 กรุณาชำระมัดจำ ท่านละ 10,000 บาท พร้อมส่งหน้าพาสปอร์ตสำหรับเตรียมเอกสารการเดินทาง

3.2 กรุณาชำระค่าทัวร์เต็มจำนวน  ในกรณีที่ค่าทัวร์ราคาต่ำกว่า 10,000 บาท 

3.3 กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ 30 วันก่อนออกเดินทาง **45 วันก่อนเดินทางสำหรับช่วงสงกรานต์และปีใหม่**

3.4 กรณีวันเดินทางน้อยกว่า 21 วัน หรือราคาทัวร์โปรโมชั่น ต้องชำระค่าทัวร์เต็มจำนวนเท่านั้น  

5. กรณีผู้เดินทางที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เช่น การขอใช้วีลแชร์ที่สนามบิน กรุณาแจ้งบริษัทฯ อย่างน้อย 7 วันก่อนการเดินทาง หรือเริ่มตั้งแต่ท่านจองทัวร์ มิฉะนั้นทางบริษัทฯไม่สามารถจัดการได้ล่วงหน้า ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามจริงที่เกิดขึ้นกับผู้เดินทาง (ถ้ามี)

6. กรณีใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มน้ำเงิน) เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวกับคณะทัวร์ หากท่านถูกปฏิเสธในการเข้า – ออกประเทศใด ๆ ก็ตาม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าทัวร์และรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น


เงื่อนไขการยกเลิก

**กรณีการขอยกเลิกการเดินทาง หรือเลื่อนการเดินทาง นักท่องเที่ยวหรือตัวแทนจำหน่าย(ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมลล์ หรือ มาเซ็นเอกสารการยกเลิกที่บริษัท อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อเป็นการแจ้งยกเลิกกับทางบริษัทอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร (ทางบริษัทไม่ขอรับยกเลิกการจอง ผ่านทางโทรศัพท์ไม่ว่ากรณีใดๆ)

**กรณีนักท่องเที่ยวหรือตัวแทนจำหน่าย ต้องการขอรับเงินค่าบริการคืน นักท่องเที่ยวหรือตัวแทนจำหน่าย (ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมลล์ หรือ มาเซ็นเอกสารการขอรับเงินคืนที่บริษัท อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อทำเรื่องขอรับเงินค่าบริการคืน โดยแนบหนังสือมอบอำนาจพร้อมหลักฐานประกอบการมอบอำนาจ หลักฐานการชำระเงินค่าบริการต่างๆ และหน้าสมุดบัญชีธนาคารที่ต้องการให้นำเงินเข้าให้ครบถ้วน โดยมีเงื่อนไขการคืนเงินค่าบริการ ตาม “ประกาศคณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกำหนดอัตราการจ่ายเงินค่าบริการคืนให้แก่นักท่องเที่ยว พ.ศ. 2563” ดังนี้

1. ยกเลิก ไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนการเดินทาง (ไม่นับวันเดินทาง) คืนเงินค่าทัวร์เต็มจำนวน ยกเว้น ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงเพื่อการเตรียมการนำเที่ยว ทั้งหมด เช่น ค่ามัดจำตั๋วเครื่อง ค่าบริการแลนด์ ต่างประเทศ เป็นต้น”

2. ยกเลิก ไม่น้อยกว่า 15-29 วันก่อนเดินทาง (ไม่นับวันเดินทาง) คืนเงินร้อยละ 50 ของค่าทัวร์ทั้งหมด ยกเว้น ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงเพื่อการเตรียมการนำเที่ยว ทั้งหมด เช่น ค่ามัดจำตั๋วเครื่อง ค่าบริการแลนด์ ต่างประเทศ เป็นต้น”

3. ยกเลิก น้อยกว่า 15 วันก่อนการเดินทาง ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ ไม่คืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมด

** การจ่ายเงินคืนแก่นักท่องเที่ยวตามข้อกำหนดด้านบน ซึ่งมีการหักเงินในบางส่วนนั้น เนื่องจากทางบริษัทมีค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายจริงเพื่อการเตรียมการจัดนำเที่ยวไปแล้ว เช่น การมัดจำที่นั่งบัตรโดยสารเครื่องบิน  การจองที่พัก  และ ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่นๆ  เป็นต้น **

4. การยกเลิกเดินทางกับกรุ๊ปที่ออกเดินทางช่วงเทศกาลวันหยุด เช่น ปีใหม่, สงกรานต์ เป็นต้น บางสายการบินมีการการันตีมัดจำที่นั่งกับสายการบินและค่ามัดจำที่พัก รวมถึงเที่ยวบินพิเศษ เช่น CHARTER FLIGHT จะไม่มีการคืนเงินมัดจำ หรือ ค่าทัวร์ทั้งหมดที่ชำระแล้ว ไม่ว่ายกเลิกด้วยกรณีใดๆ

***ในกรณี มีเหตุให้ต้องยกเลิกการเดินทางที่บริษัทได้โฆษณาไว้  ซึ่งมิใช่ความผิดของบริษัทเอง  ทางบริษัทยินดีคืนเงินค่าบริการตามที่ลูกค้าได้ชำระมาแล้ว เต็มจำนวน โดยต้องมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนการเดินทาง โปรดอ่านข้อความให้ถี่ถ้วนก่อนการจองทัวร์ทุกครั้ง เพื่อประโยชน์แก่ตัวท่านเอง  ***

5. กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งกรุงเทพฯ และในต่างประเทศ ปฏิเสธมิให้เดินทางออก หรือ เข้าประเทศที่ระบุ ไว้ในรายการเดินทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าทัวร์ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

** สำคัญ !! บริษัททำธุรกิจเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น ไม่สนับสนุนให้ลูกค้าเดินทางเข้าประเทศโดยผิดกฎหมายและในขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง ทั้งไทยและจีน ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางมัคคุเทศก์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆได้ทั้งสิ้น **

6. เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการและเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

7. ทางบริษัทฯ ทำหน้าที่เป็นเพียงตัวแทนในการประสานงานการเดินทางเท่านั้น และ ขอสงวนสิทธิ์ปฏิเสธความรับผิดชอบและไม่สามารถคืนเงินค่าบริการหรือชดเชยค่าเสียหายใดๆ ได้ในทุกกรณี สำหรับความสูญเสีย, ความเสียหาย, หรือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว ซึ่งเกิดจากเหตุสุดวิสัยและปัจจัยที่นอกเหนือการควบคุมของบริษัทฯ อาทิเช่น: ภัยธรรมชาติ, สภาพอากาศแปรปรวน, ภัยสงคราม, การจลาจล, การนัดหยุดงาน, โรคระบาด, การยกเลิก/ล่าช้า/เปลี่ยนแปลงตารางการบิน, ความขัดข้องของการคมนาคม, อุบัติเหตุ, ความเจ็บป่วย, การสูญหายหรือเสียหายของสัมภาระ, ตลอดจนการถูกปฏิเสธการเข้า-ออกเมือง หรือข้อห้ามทางกฎหมายจากเจ้าหน้าที่รัฐ (ทั้งนี้ บริษัทฯ จะให้ความช่วยเหลือทางด้านการประสานงานอย่างสุดความสามารถ)

TTTNA5NTNASC260912

เดินทางวันที่ 12 ก.ย. 2569 - 18 ก.ย. 2569
เส้นทาง วันที่ เวลาเที่ยวบิน สายการบิน เที่ยวบิน
BKK - TNA 2026-09-13 2026-09-13 02:25 - 08:10 avatar-img SC8076
TNA - BKK 2026-09-18 2026-09-18 21:35 - 01:25 avatar-img SC8075

TTTNA5NTNASC260914

เดินทางวันที่ 14 ก.ย. 2569 - 20 ก.ย. 2569
เส้นทาง วันที่ เวลาเที่ยวบิน สายการบิน เที่ยวบิน
BKK - TNA 2026-09-15 2026-09-15 02:25 - 08:10 avatar-img SC8076
TNA - BKK 2026-09-20 2026-09-20 21:35 - 01:25 avatar-img SC8075

TTTNA5NTNASC260930

เดินทางวันที่ 30 ก.ย. 2569 - 06 ต.ค. 2569
เส้นทาง วันที่ เวลาเที่ยวบิน สายการบิน เที่ยวบิน
BKK - TNA 2026-10-01 2026-10-01 02:25 - 08:10 avatar-img SC8076.
TNA - BKK 2026-10-06 2026-10-06 21:35 - 01:25 avatar-img SC8075

TTTNA5NTNASC261001

เดินทางวันที่ 01 ต.ค. 2569 - 07 ต.ค. 2569
เส้นทาง วันที่ เวลาเที่ยวบิน สายการบิน เที่ยวบิน
BKK - TNA 2026-10-02 2026-10-02 02:25 - 08:10 avatar-img SC8076.
TNA - BKK 2026-10-07 2026-10-07 21:35 - 01:25 avatar-img SC8075

TTTNA5NTNASC261014

เดินทางวันที่ 14 ต.ค. 2569 - 20 ต.ค. 2569
เส้นทาง วันที่ เวลาเที่ยวบิน สายการบิน เที่ยวบิน
BKK - TNA 2026-10-15 2026-10-15 02:25 - 08:10 avatar-img SC8076.
TNA - BKK 2026-10-20 2026-10-20 21:35 - 01:25 avatar-img SC8075

TTTNA5NTNASC261028

เดินทางวันที่ 28 ต.ค. 2569 - 03 พ.ย. 2569
เส้นทาง วันที่ เวลาเที่ยวบิน สายการบิน เที่ยวบิน
BKK - TNA 2026-10-29 2026-10-29 02:25 - 08:10 avatar-img SC8076.
TNA - BKK 2026-11-03 2026-11-03 21:35 - 01:25 avatar-img SC8075
ชวนเพื่อนไปเที่ยวด้วยกัน ให้เพื่อนสแกนเลย!
ชวนเพื่อนไปเที่ยวด้วยกัน ให้เพื่อนสแกนเลย!